LATEST POST

READ ARTICLE

การเลี้ยงปลาดุกมีขั้นตอนอย่างไร

การเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ที่ค่อนข้างจะมีข้อจำกัดในเรื่องของความอุดมสมบูรณ์ของน้ำนั้นในปัจจุบันมันสามารถที่จะทำได้แล้ว เนื่องจากว่ามีการพัฒนามาทำการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์โดยเฉพาะภาคอีสานที่ค่อนข้างแห้งแล้ง เพื่อให้เกษตรกรได้มีแนวทางในการเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภคในครัวเรือน เมื่อเหลือจึงนำมาทำการจำหน่าย และได้ผลผลิตอย่างคุ้มค่า ในพื้นที่ที่มีน้ำค่อนข้างจะจำกัด ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการในการที่เราจะเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์มาฝากกกันเผื่อหลายๆคนจะได้นำวิธีการเลี้ยงไปปรับใช้ในการเลี้ยงที่บ้าน มาดูวิธีการเลี้ยงปลาดุกกันเถอะ
1. เลือกขนาดของปลาดุกที่จะนำมาเลี้ยงให้มีขนาดเหมาะสมในการเพาะเลี้ยงคือมีความยาวประมาณ 5-10เมตร
2. ในการปล่อยนั้นให้เลือกจำนวนให้มีอัตราการปล่อยลงเลี้ยง 60ตัว ต่อบ่อขนาดพื้นที่ 1ตารางเมตร 3. ไม่ควรที่จะปล่อยปลาไปเลี้ยงในทันทีทันใดให้ทำการแช่ถุงพันธุ์ปลาดุกไว้ในบ่อ 30นาที จึงค่อยปล่อยลงบ่อ วิธีการนี้สามารถที่จะช่วยป้องกันลูกปลาน็อคน้ำตายได้
4. ระยะเวลาในการที่จะเลี้ยงปลาดุกนั้นจะใช้เวลาไม่นานรุ่นละเพียง 60 -90
5. การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ควรที่จะมีวัสดุให้หลบซ่อน เช่น อิฐบล็อก หรือยางรถยนต์ หรือท่อนกล้วย ใส่ในบ่อให้ปลาดุกหลบซ่อน เพราะเลี้ยงไประยะหนึ่ง ปลาจะโตไม่เท่ากัน ตัวใหญ่จะกินหรือว่ากัดลูกปลาตัวเล็กได้
6. การเลี้ยงปลาดุกจะต้องทำการถ่ายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเน่าเสีย และเพื่อไม่ให้ปลานั้นกลิ่นเหม็นสาบได้ ดังนั้นควรที่จะถ่ายน้ำในบ่อเลี้ยงปลาดุกทุก 15วัน และไม่รบกวนปลามากจนเกินไปในการถ่ายน้ำไม่งั้นปลาจะตกใจจนไม่กินอาหารอยู่หลายวันเลย
7. น้ำที่ใช้ในการเลี้ยงปลาดุกมีประโยชน์ต่อต้นไม้มากพอสมควร ดังนั้นสมควรในการที่จะนำน้ำที่ได้จากการถ่ายเทนั้นไปใช้ในการรดน้ำตนไม้ได้นับว่าเป็นข้อดีมากกว่าใน กระชังบก
8. เลือกอาหารปลาให้เหมาะสมกับปลาดุกในแต่ละรุ่นให้เหมาะสม เช่น ปลาดุกขนาดความยาว 5-7เซนติเมตร ให้อาหารปลาดุกรุ่น 1เดือน ขนาดปลาดุกความยาว 7เซนติเมตรขึ้นไป และสามารถที่จะให้อาหารสดเสริม เช่น เศษปลา ปลวก แมลงขนาดเล็ก ได้เมื่อปลาโตพอสมควร และการให้อาหารไม่ให้มากจนเกินไปเพราะว่าปลากินไม่หมดทำให้น้ำเน่าเสียด้วย
9. การระวังรักษาโรคปลา คือไม่ให้อาหารมากจนเกินไปและไม่ปล่อยปลามากจนเกินไปและถ่ายน้ำให้สม่ำเสมอ

READ ARTICLE

เทคนิคในการจองที่พักออนไลน์

แน่นอนว่าการเดินทางท่องเที่ยวเป็นเรื่องของการใช้จ่ายเงินค่อนข้างจะมากแต่จะทำยังไงให้เราท่องเที่ยวอย่างสะดวกสบายได้ ในราคาประหยัด หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการจองที่พักนั้นเอง ดังนั้นลองมาดูเทคนิคในการจอง บ้านพักหัวหิน พูลวิลล่า ยังไงให้ราคาถูกกันดีกว่า
1. เลือกช่วงเวลาในการจองและเข้าพัก การจองล่าวงหน้ายิ่งนานเท่าไหร่ก็หมายความว่าจะทำให้ราคาในการจองมันราคาถูกไปด้วย เพราะว่าก่อนเราจะเที่ยวเราจะต้องมีการวางแผนล่าวงหน้าดังนั้นหากเราทราบแผนก็สามารถที่จะจองที่พัก จองเที่ยวบินและรถเช่าได้เลย ฉะนั้นท่องเอาไว้เลยว่าการล่วงหน้าจะได้ราคาที่ถูกกว่าแน่นอน แต่หากจะเที่ยวอยู่แล้วเพิ่งจะมาตัดสินใจในการที่จะจองแน่นอนว่ามันราคาแพงแน่นอน แนะนำว่าการจองล่วงหน้าจะดีที่สุด หรือลองเลือกช่วงเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวที่ไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์หรือว่าไม่ใช่หยุดยาวหรือว่าไม่ใช่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวรัยรองได้ว่าวันที่คนเที่ยวไม่เยอะนั้นราคาจะต้องถูก โดยเฉพาะการจองวันอาทิตย์-จันทร์ ส่วนวันที่ราคาสูงที่สุดคือวันศุกร์และเสาร์
2. เลือกที่ตั้งของที่พักให้เหมาะสม หากเราไม่ได้ลำบากในเรื่องของพาหนะการเดินทางนั้นพยายามในการที่จะเลือกที่พักที่ไม่อยู่ในเมืองมากจนเกินไปเพราะว่ามันจะทำให้ราคาแพงขึ้นมาอีก  โดยเหมาะสมกับจุดประสงค์ในการเดินทาง โดยหากมีแผนเดินทางไปทำงาน ทางที่ดีควรจองที่พักในย่านที่เดินทางสะดวกหรืออยู่ใกล้กับสถานที่ประชุมหรือว่าที่ติดต่อธุรกิจ เพื่อประหยัดค่าเดินทาง ส่วนการเดินทางไปท่องเที่ยวนั้น การจองที่พักที่อยู่ในใจกลางเมือง หรืออยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม นั้นจะต้องราคาแพงแน่นอน แต่หากสะดวกลองหาไกลไปหน่อยแต่ว่าราคาถูกกว่าแน่นอน ยอมเสียค่าน้ำมันนิดหน่อย เพิ่มเวลาเดินทางขึ้นเล็กน้อย แต่จะช่วยให้ได้ห้องพักที่มีราคาถูกลง แต่แน่นอนว่ามีความสงบแน่
3. ตัดบริการเสริมออก เรื่องของการที่เรานั้นจะเดินทางท่องเที่ยวไม่จำเป็นจะต้องสะดวกมากจนเกินไป เพราะว่าความสะดวกจะมาพร้อมราคาที่แพงตามมาด้วย ดังนั้นควรตรวจดูให้มั่นใจก่อนชำระเงินว่ามีค่าบริการเสริมที่ไม่ต้องการหรือไม่ เช่น Wi-Fi (อาหารเช้า บริการรถรับ-ส่งจากสนามบิน หากเอาออกได้ราคาที่พักอาจจะลดลงได้
4. ใช้โปรแกรมหรือว่าแอพพิเศษทำให้ราคาถูกลง โดยเฉพาะสมาชิกสามารถช่วยประหยัดค่าโรงแรมได้เพิ่มขึ้นจริงๆ เพราะว่ามีส่วนลดสมาชิกส่วนลดบัตรเครดิตด้วย 

READ ARTICLE

วิธีดูแลรักษารถให้สามารถใช้งานได้นานและมีประสิทธิภ...

การดูแลรักษารถและการ ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์ เป็นเรื่องที่สำคัญที่ต้องที่ทุกอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญ ซึ่งการดูแลรักษารถอย่างถูกวิธีจะช่วยให้การใช้งานมีความคล่องตัวและมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะดูแลรถในอุตสาหกรรมแล้วรถที่ใช้โดยทั่วไปก็ต้องดูแลด้วยเช่นกัน ซึ่งมีวิธีการดังนี้
    1. ไม่ควรที่จะหยุดรถกะทันหันเพราะจะส่งผลให้ล้อสึกอย่างรวดเร็วไม่ควรปล่อยรถทิ้งไว้เป็นเวลานานโดยไม่มีการใช้งาน เพราะเครื่องยนต์อาจจะสึกกร่อนเสียหายได้ เราจึงควรมีการสตาร์ทรถบ้าง แบตเตอรี่รถนั้นมีการถูกดึงไฟมาใช้อยู่เรื่อยๆ แม้ว่าเราไม่ได้ใช้งานรถก็ตาม ดังนั้นเราจึงควรมีการสตาร์ทรถบ้าง ทั้งนี้ควรจอดรถในที่ร่มเพื่อป้องกันไม่ให้รถร้อนจนเกินไป
    2. การเคลือบสีรถก็เป็นการถนอมสีของรถที่ดีมากวิธีการหนึ่ง ทั้งช่วยให้สีติดทนนานขึ้นและยังป้องกันรอยขูดขัดได้อีกด้วย ควรมีการตรวจเช็คและทำความสะอาดแบตเตอรี่รถยนต์อยู่เป็นประจำ หากพบรอยแตกร้าวให้รีบทำการเปลี่ยนใหม่ทันที ตรวจสอบน้ำกลั่นแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ควรควรหมั่นเช็คหม้อน้ำของรถเรา รวมถึงการเติมน้ำลงในหม้อน้ำรถนั้น โดยควรผสมน้ำยาหล่อเย็นและน้ำเปล่าในสัดส่วนที่เท่ากันในการเติม และข้อสำคัญน้ำเปล่าที่ใช้นั้นควรเป็นน้ำที่สะอาด เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม
    3. ไม่ควรให้รถบรรทุกของหนักจนเกินไป ไม่ว่าจะท้ายรถหรือมัดติดไว้บนหลังคาก็ตาม หากต้องบรรทุกของบนรถ ควรใช้ผ้าปูรองพื้นไว้สิ่งของไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยขีดข่วนใช้ผ้าคลุมรถทุกครั้งเมื่อมีการจอดรถในโรงรถเพื่อช่วยรักษาสีของรถให้ดูใหม่สดใสไปนานๆ เมื่อมีสิ่งของมากระทบรถอย่ามองข้ามแม้สิ่งเล็กน้อยเพราะแม้แต่ของอย่างลูกบอลพลาสติก ก็สามารถทำให้เกิดรอบขนแมวบนรถเราได้ ดังนั้นเราควรหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้มีอะไรมากระทบรถจะเป็นการดีที่สุด
    4. ไม่ควรเร่งเครื่องในตอนสตาร์ทรถทันที โดยเฉพาะช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น หากเป็นไปได้เราควรจะเร่งเครื่องหลังจากเวลาผ่านไปประมาณ 20 นาที แล้วจะดีกว่า และควรหลีกเลี่ยงการขับรถเร็วในช่วงที่อากาศร้อนจัดหรือเย็นจัด สามารถจะพักเครื่องยนต์ได้ด้วยการเลื่อนเกียร์ว่างให้อยู่ในตำแหน่งไฟสีแดง เพราะหากไม่ทำเช่นนี้ต่อให้ไม่ได้ขับรถแต่เครื่องยนต์ก็จะยังคงทำงานอยู่
    5. ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพื่อป้องกันคราบตะกอนต่างๆ ฝังอยู่ภายใน ฝาถังน้ำมันรถนั้นก็ควรดูแลทำความสะอาดด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกอุดตันอยู่ภายใน อย่าลืมสังเกตความชื้นที่ออกมาจากปั้มลมในขณะที่เติมลมยางด้วย หากมีความชื้นก็ให้เราหยุดการเติมเพราะหากว่ามีความชื้นเข้าไปฝังตัวอยู่ด้านในยางก็อาจจะทำให้ล้อเสียหายได้

 

READ ARTICLE

ทำอย่างไรให้ให้น้าดูเด็ก อ่อนกว่าวัย

ใครก็อยากที่จะมีผิวที่นุ่มลื่น น่าสัมผัสเหมือนสมัยที่เรายังเด็กที่มีผิวดีมากมายแต่เมื่อเรามีอายุที่มากยิ่งขึ้นผิวหนังของเรานั้นกลับเปลี่ยนแปลงไปไม่เหมือนเดิมแม้นแต่น้อย คือ ยิ่งอายุมากผิวยิ่งเสื่อมโทรมซึ่งอาจจะมีผลมาจากสภาพแวดล้อม และการดำเนินชีวิต ดังนั้นหากเราลองเอาใจใส่ต่อสุขภาพผิวของเรามากยิ่งขึ้นอาจจะสามารถที่จะลดปัญหาใจผิวที่หยาบกร้าน ก็แห้งเสีย มาดูวิธีการดีกว่า ว่าจะดูแลและรักษาสุขภาพผิวด้วยวิธีการดังต่อไปนี้
1. ปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการใช้ตัวช่วยอย่างครีมกันแดด มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ SPF 15 ขึ้นไปโดยเฉพาะเมื่อเราจะต้องโดนแดดจัดนั้นจะต้องทา SPF 30 บวกขึ้นไป เพื่อป้องกันผิวไม่ให้ดูแก่ก่อนวัย
2. ทานน้ำในปริมาณที่เหมาะสม คือ 8 แก้วขึ้นไป พยายามอย่าให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะน้ำทำให้ผิวนุ่มลื่น พยายามหลีกเลี่ยงน้ำสีหรือว่าชา กาแฟ และแอลกอฮอล์
3. การพยายามในการที่จะควบคุมอาหารด้วยการทานอาหารได้สัดส่วนที่พอดี ผิวที่มีสุขภาพดีได้นั้น ต้องได้รับอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยเบต้าแคโรทีน กรดไขมันโอเมก้า 3 ปลา ไข่ ถั่ว นมเนย
4. การพยายามอยู่ในสภาพอากาศที่เหมาะสม เพราะว่าอากาศที่แห้งมากจนเกินไปก็ทำให้ผิวแห้งเสีย พยายามในการที่จะหลีกเลี่ยงมลพิษ
5. งดเว้นการสูบบุหรี่ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้สูบบุหรี่ จะทำให้ผิวแห้งหยาบกร้าน ลองแค่พยายามในการที่จะงดการสูบบุหรี่หรือว่าลดปริมาณลงนั้นจะช่วยให้ผิวเรานั้นดีขึ้นอย่างชัดเจน และสุดท้ายก็ใช้ตัวช่วยอย่าง sewa หรือว่ามอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิว
6. ขั้นตอนในการที่จะทำการล้างหน้า จะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการที่จะล้างหน้า ให้เหมาะกับสภาพผิวของเราเอง เช่น สบู่บางชนิดอาจะทำให้ผิวแห้ง ควรใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวหน้าโดยเฉพาะเพื่อให้หน้านุ่มและมีสุขภาพดี โฟมล้างหน้า ที่มีมอยเจอร์ไรเซอร์ สำหรับผู้ที่มีผิวแห้ง แต่หากเป็นคนผิวมัน ก็เลือกคลีนเซอร์ เป็น
7. ก่อนล้างหน้าให้ล้างมือก่อนเสมอ เพราะว่าหากมือไม่สะอาดจะนำความสกปรกให้แก่ใบหน้าของเราได้ ใช้น้ำในอุณหภูมิปกติ ทั่วไปในการที่จะล้างให้ทั่วใบหน้า งดเว้นการใช้น้ำอุ่นในการล้างหน้าเพราะว่าจะทำให้ใบหน้าแห้ง

READ ARTICLE

รู้จักกระให้ลึกจะแก้ปัญหาได้ง่าย

หลายๆคนที่อยากที่จะรักษาใบหน้าให้สดใสและไกลจากสิว ไม่มีปัญหามาให้กวนใจ แต่ติดตรงปัญหาเดียวคือ ไม่มีเงินในการที่จะหาซื้อครีมแพงๆอย่างผลิตภัณฑ์ hira blue และก็ไม่มีเวลาในการดูแลตนเอง อีกทั้งเมื่อกลับมาจากการทำงานนอกบ้านก็ดึกดื่นมากแล้วด้วย ดังนั้นการที่เราจะดูแลตนเองได้ง่ายนั้นจะต้องจัดการในการที่จะดูแลตั้งแต่ต้นเหตุในการที่จะเกิดจึงจะสามารถที่จะดูแลได้ง่าย  
กระหรือจุดด่างดำนั้นจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลอ่อนเล็ก ๆ เกิดขึ้นตามร่างกายหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อย ๆ เช่น ใบหน้า ลำคอ แม้นว่าและกระจุดด่างดำที่บอกนั้นจะไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ แต่ส่วนมากจะส่งผลทำให้เรานั้นไม่มั่นใจในตนเองมากกว่า
กระเกิดจากอะไรมาดูกันดีกว่า
กระนั้นเกิดจากหลายต่อหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่ว่ามันเป็นตัวในการที่จะกระตุ้นในการที่ทำให้เกิดฝ้ามากขึ้นกว่าเดิมคือ แสงแดด ยิ่งเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ก็ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดฝ้ามากกว่าเดิม  คนที่มีผิวขาวหรือซีดนั้นจะเกิดมากกว่าเพราะว่าเมื่อเผชิญแสงแดด เม็ดสีที่เพิ่มขึ้นจะกระแทนที่ผิวจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำสม่ำเสมอ ดังนั้นคนที่มีผิวขาวจึงมีโอกาสเป็นกระได้มากกว่า
พันธุกรรมก็เป็นอีกตัวกระตุ้นหนึ่งที่ทำให้เกิดขึ้นง่ายและเกิดขึ้นเร็วมากกว่าปกติซึ่งแต่โอกาสที่จะเกิดกระของแต่ละคนก็อาจไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถที่จะเอาคนหนึ่งมาเปรียบอีกคนหนึ่ง
กระมีกี่ประเภทมาทำความรู้จักกันเถอะ
กระแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ กระทั่วไป และกระที่เกิดจากแดด
1. กระทั่วไป คือ  กระที่มีลักษณะเป็นสีออกแดงหรือน้ำตาลอ่อน จุดเล็ก ๆ กลมๆเกิดในช่วงฤดูร้อนมากกว่าฤดูอื่นๆ
2. กระจากแสงแดด คือ มีสีเข้มกว่ากระทั่วไป มีลักษณะเป็นสีแทน น้ำตาล หรือดำ ปรากฏตามบริเวณที่โดนแดด เช่น หลังมือ ใบหน้า พบได้ทุกช่วงวัยไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือว่าผู้ใหญ่ หากพบในผู้สูงอายุมักเรียกว่า กระเนื้อ

READ ARTICLE

หันมาใช้ของจากธรรมชาติลดปัญหารังแคกันเถอะ

ใครที่ไม่มีปัญหาในเรื่องของรังแคและปัญหาผมขาดหลุดร่วงบอกได้เลยว่าคุณคือ คนที่ค่อนข้างจะโชคดีมากกว่าคนอื่นหลายต่อหลายเท่าเพราะว่าคนที่เคยประสบปัญหานี้ต่างก็ทราบดีว่ามันไม่ได้ที่จะแก้ไขปัญหานี้ได้ง่ายดาย เพราะว่าใช้แต่เพียง แชมพูแก้ผมร่วง หรือว่าแชมพูแก้รังแคนั้นมันไม่ได้วิธีการในการที่จะแก้ปัญหาที่ยั่งยืนได้ ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่เคยเป็นก็ถือว่าดีไปแต่ใครก็ตามที่กำลังประสบกับปัญหานี้บอกได้เลยว่าวันนี้เรามีสูตรที่ทำง่ายมากไม่ต้องเสียเงินในการที่จะต้องเสียเงินซื้อแชมพูแก้ผมร่วงราคาอะไรเลย ลองมาทำตามดูรับรองว่าง่ายมากแถมได้ผลด้วย
1. สูตรใช้เกลือในการขจัดรังแค
วิธีการทำคือ การใช้เกลือแล้วเพิ่มโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย ผสมไข่แดง ผสมเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วนำมามาส์กหนังศีรษะ  ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผมตามปกติเท่านี้ก็ช่วยได้แต่สูตรที่มีส่วนผสมของเกลือนั้นมีข้อควรระวังคือ ไม่ควรที่จะใช้สูตรที่มีเกลือผสมในขณะที่เรามีแผลบนหนังศีรษะเพราะว่าจะทำให้เกิดอาการแสบได้
2. สูตรใช้ลดรังแคด้วยว่านหางจระเข้
ว่านหางจระเข้ ต่างก็ทราบอยู่แล้วว่ามันมีสรรพคุณในการดูแลรักษาผิวหนัง แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก บอกได้เลยว่ามันใช้ได้ดีมากและในอาการคันหนังศีรษะหรือว่าอาการรังแคนั้นว่านหางจระเข้ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน
วิธีการ คือ แค่เพียงนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกออก เมื่อได้เนื้อมาแล้วให้นำมาล้างส่วนที่เหลืองออกให้หมดก่อนแล้วจึงนำมาจัดการบดหรือขยี้ให้ละเอียดนำมาชโลม ทา และนวดหนังศีรษะให้ทั่ว
แล้วทำการสระผมตามปกติ
3. สูตรลดรังแคด้วยน้ำมันมะพร้าว
น้ำมันมะพร้าวนั้นในปัจจุบันนั้นต่างก็ทราบว่ามันมีคุณสมบัติในการที่จะช่วยในเรื่องของความงามแล้วยังมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อรา เชื้อยีสต์ หรือกระทั่งแบคทีเรียโดยธรรมชาติ อีกทั้งยังส่งผลดีต่อเส้นผมและหนังศีรษะดังนั้นการที่จะนำน้ำมันมะพร้าวมาช่วยในการที่จะรักษาผมจากรังแคได้นั้นจึงสมควรยิ่ง
วิธีการทำคือ เพียง เทน้ำมันมะพร้าวใส่มือ ในปริมาณที่พอเหมาะกับความยาวผมของแต่ละคนแล้วจึงนำมาชโลมบนเส้นผม และหนังศีรษะให้ทั่ว ๆทิ้งไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง ถึง 1 ชั่วโมง แล้วจัดการสระผมตามปกติเท่านี้ปัญหารังแคจะทุเลาลงแล้วเส้นผมยังเงางามด้วย

 

READ ARTICLE

เลือกเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอย่างไรให้ดูดี

การแต่งตัวหรือว่าการแต่งกายบอกได้เลยว่ามันสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกเพศทุกวัย ไม่เว้นแม้นแต่ทอม ซึ่งก็อยากที่จะแต่งกายให้ดูดีเหมือนผู้ชายทั่วๆไป สำหรับทอมที่ยังแต่งตัวไม่เป็นหรือไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแต่งตัวยังไงให้ดูดี วันนี้เรามีวิธีการในการแต่งตัวของทอมอย่างไรให้ดูดีง่ายๆ มาแนะนำกันสำหรับทอมมือใหม่ที่ยังไม่รู้จะแต่งกายอย่างไรให้ดูดี
1. สำรวจตัวเราเองก่อนว่าเป็นคนลักษณะผิวพรรณอย่างไร รูปร่างอย่างไร จะทำให้เราทราบว่าเราจะเลือกเสื้อผ้าแบบไหนจึงจะเหมาะสมกับเรา เพราะว่าการเลือกวื้อผ้าจะใช้เทคนิคเดียวกันทั้งหมดไม่ได้เพราะว่าคนเรามีรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณที่แตกต่างกันออกไป  
2. เลือกเสื้อผ้าหรือว่า เสื้อกล้ามทอม ที่พอดีและเหมาะสมกับรูปร่างของเรา คำว่าเหมาะสมคือ ใส่พอดีกับรูปร่าง ไม่ใหญ่มากจนเกินไปและไม่รัดมากจนเกินไป หากใส่เสื้อตัวใหญ่เกินจะทำให้เราดูตัวโคร่งและทำให้ดูไม่ดี หรือว่าหากตัวใหญ่แล้วไปใส่เสื้อผ้าแบบรัดสุดท้ายจะดูรัดจนกลายเป็นแหนมไปเลย ดังนั้นเสื้อผ้าควรเลือกที่พอดีตัวจึงเหมาะสมมากที่สุด
3. ไม่เลือกเสื้อผ้าที่มีลวดลายมากจนเกินไป โดยเฉพาะคนที่ว่ามีรูปร่างใหญ่นั้นจะทำให้ดูตัวใหญ่และลวดลายดูเด่นกว่าใบหน้าของเรา
4. การเลือกสีเสื้อสำหรับทอมที่มีผิวขาวนั้น ควรเน้นเสื้อผ้าแบบโทนสว่าง เช่น ขาว ฟ้า เทาอ่อน เป็นต้น  จะดูดีแต่อันที่จริงถามว่าใส่สีเข้มได้ไหมมันได้เช่นกันเรียกว่าคนผิวขาวมใส่อะไรมันก็ดูดีเช่นกัน ส่วนคนที่ผิวคล้ำ ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าโทนสีสว่างเพราะว่าจะทำให้เราแทนที่จะช่วยขับผิวกลับยิ่งทำให้ผิวหมองไปมากกว่าเดิมอีก ดังนั้นคนที่มีผิวเข้มจะต้องพิถีพิถันในการที่จะเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับสีผิวด้วย
5. คนอ้วนควรใส่กางเกงยีนส์ทรงกระบอก หรือ ขาม้า ไม่ควรใส่ขาเดฟ เพราะว่าจะทำให้ยิ่งขัดไปมากกว่าเดิมอีกต่างหาก แต่สำหรับคนที่หุ่นดีนั้นจะใส่ กางเกงขากระบอกเล็ก  เดฟ หรือ ขาม้า ก็ได้ แต่ไม่ควรใส่ขากระบอกใหญ่เพราะจะทำดูหลวมไม่สมตัว ตรงกันข้ามคนผอมที่สามารถที่จะใส่ขาม้าได้
6. รองเท้า เน้นให้ใส่เป็นรองเท้าผ้าใบจะดูดีมากที่สุด เหมาะกับทุกชุดทุกโอกาส ไม่เหมือนรองเท้าแตะ ที่ไม่ค่อยเข้ากับทุกชุด รองเท้าผ้าใบแนะนำเป็น converseหรือ vans  รับรองได้เลยว่ามันเท่ห์มากสำหรับทอมทั้งหลาย

READ ARTICLE

ปลาสายพันธุ์อินเดีย ที่นิยมเลี้ยงเพื่อการเกษตรกรรม

เรามีการเลี้ยงปลากันมานาน และเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเกษตรกรรมมาช้านาน การเลี้ยงปลานั้นสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงการเลี้ยงปลาในกระชัง
ปลาที่นำมาเลี้ยงใน กระชังปลา กระชังบก ในบ่อดิน หรือในวิธีใดก็ตาม เป็นปลาที่มาจากหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาไทย ปลาจีน รวมถึงปลาอินเดีย
ปลาที่เลี้ยงในอินเดียและปากีสถานเป็นปลาในครอบครัวเดียวกับปลาตะเพียน การเลี้ยงปลาอินเดียไม่แพร่หลาย เหมือนปลาจีน ในระยะหลังมีการนำไปเลี้ยงในต่างประเทศ ปลาบางชนิด เช่น ปลาแคทลา ได้นำไปเลี้ยงในศรีลังกา อิสราเอล อเมริกา และมาเลเซีย
สำหรับไทยเราได้นำปลาโรฮู่ หรือยี่สกเข้ามาเลี้ยงใน พ.ศ. 2511-2513 รวม 266 ตัว และได้เริ่มแพร่ขยายพันธุ์ใน พ.ศ. 2514 โดยนำไปปล่อยตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในระยะ เวลา 2 ปี (พ.ศ. 2516) ปรากฏว่า ปลายี่สกเทศโตได้ขนาดน้ำหนัก 2 กิโลกรัม
ปลาอินเดียที่นิยมนำมาเลี้ยงมีดังนี้
1. ปลาแคทลา เป็นปลากินแพลงก์ตอน และซากพืชที่เน่าเปื่อย
2. ปลาโรฮู่ เป็นปลากินพืชและซากพืชเน่าเปื่อย
3. ปลามิกรัล เป็นปลากินพืชตามพื้นก้นบ่อ
การเลี้ยงปลาอินเดียมักจะเลี้ยงรวมกันหลายชนิด เช่นเดียวกับการเลี้ยงปลาจีน บ่อสำหรับเลี้ยงปลาใหญ่จะปล่อย ปลาขนาดความยาวเฉลี่ย 30 เซนติเมตร อัตราการปล่อย 600 ตัวต่อไร่ ในกรณีที่ปล่อยปลาหลายชนิดรวมกัน จะปล่อยปลาแคทลา ปลาโรฮู่ ปลามิกรัล ในอัตราส่วน 6 : 3 : 1
อัตราการสูญหายประมาณร้อยละ 30 ปลาขนาดใหญ่เกินไปจะขายได้ราคาต่ำ ฉะนั้นการเลี้ยงปลาจึงใช้เวลาเพียง 1 ปี ซึ่งปลาต่างๆ จะโตได้น้ำหนักดังนี้ คือ
- ปลาแคทลา 900-4,100 กรัม
- ปลาโรฮู่ 675-900 กรัม
- ปลามิกรัล 674-1,800 กรัม
สำหรับบ่อที่มีปุ๋ยดี ระยะเวลาการเลี้ยงอาจลดลงเป็น 6-8 เดือน ผลผลิตของปลาตามธรรมชาติ 12 กิโลกรัมต่อไร่จากบ่อที่ใส่ปุ๋ย 50-150 กิโลกรัมต่อไร่ และจากบ่อที่ให้อาหารสมทบด้วยจะได้ถึง 460 กิโลกรัมต่อไร่
ปลาสายพันธุ์อินเดียก็เป็นปลาอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีการนำมาเลี้ยงในไทย และช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ แต่ก็ต้องศึกษาการเลี้ยงปลาแต่ละชนิดอย่างมีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย

READ ARTICLE

การจัดการกับผิวแห้งในคุณแม่ตั้งครรภ์

ในช่วงของการตั้งครรภ์ มักเกิดอาการแปลกๆ อยากอาหารแปลกๆ มีพฤติกรรมแปลกๆ และอีกหลายอย่างที่แปลกๆ เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย และการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนที่สูงในช่วงนี้นั่นเอง
อาการผิวแห้ง ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้มากในช่วงตั้งครรภ์ ซึ่งอาจจะสร้างความลำบากใจให้กับคุณไม่น้อย เนื่องจากผู้หญิงเราก็ต้องการที่จะมีผิวพรรณที่สวยงาม เปล่งปลั่ง ดูชุ่มชื้น ยิ่งในสภาพอากาศบ้านเราแล้ว ส่งผลให้เกิดปัญหาผิวได้ง่ายมากขึ้นด้วย
ผิวแห้ง ทำให้ผิวหนังดูเหี่ยวย่นและเกิดริ้วรอยได้ง่ายกว่าผิวมัน สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาผิวแห้งได้ง่าย ดังนี้
- การใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือแบบไม่ใช้น้ำ เพราะส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์จะทำให้มือแห้งและเล็บเปราะได้ง่ายขึ้น ทางแก้ไขคือควรใช้ผลิตภัณฑ์ล้างมือที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
- การใช้โลชั่นทามือแบบมีกลิ่นหอม การทาโลชั่นซ้ำบ่อยๆ ไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับคนที่ติดนิสัยต้องล้างมือก่อนทาโลชั่น และยังทาบ่อยอีก ก็จะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้นไปได้ คุณจึงควรทาโลชั่นทามือแค่เพียงวันละ 2 ครั้งเท่านั้น ยิ่งถ้ามีส่วนผสมของน้ำหอม ยิ่งทำให้ผิวแห้งยิ่งขึ้นไปอีก
- อาบน้ำอุ่น น้ำอุ่น คือตัวการที่ทำให้ผิวสูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติไป ทำให้ผิวแห้งและเปราะบางมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นในช่วงอากาศร้อน และควรทาครีมบำรุงผิวหลังจากอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความชุ้มชื้นให้กับผิวของคุณมากขึ้น
- ใช้สบู่ที่มีฟองเยอะมากๆ สารที่ทำให้เกิดฟองในสบู่คือตัวการที่ทำให้ผิวแห้งได้อย่างมาก คุณจึงควรใช้สบู่ที่มีฟองน้อย หรือโฟมล้างหน้าแบบไม่มีฟองจะดีที่สุด
- ใช้ลิปบาล์ม แม้จะเป็นสิ่งที่ผู้หญิงขาดไม่ได้ แต่ลิปบาล์มส่วนใหญ่มักจะมีส่วนผสมของเมนธอลและการบูร ที่ทำให้ริม ฝีปากแห้งมากขึ้นได้
- การตั้งครรภ์ อีกสาเหตุหนึ่งคือการตั้งครรภ์ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย อาจทำให้ผิวสูญเสียน้ำ และแห้งคันได้ง่ายขึ้น คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรดื่มน้ำให้มากๆ ตามความต้องการของร่างกาย
อาการผิวแห้งในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นได้ และไม่ใช่เพียงอาการเดียวในช่วงตั้งครรภ์ หรือหลังคลอดของคุณ เพราะคุณอาจประสบกับปัญหา ผมร่วงหลังคลอด ได้อีกด้วย คุณจึงต้องดูแลตัวเองดีขึ้นเป็นสองเท่าทั้งในระหว่างตั้งครรภ์และช่วงหลังคลอด สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความสุขมากขึ้นได้ในการตั้งครรภ์และการเลี้ยงดูบุตรหลังคลอดที่จะต้องใช้พลังงานมากเป็นสองเท่าเช่นกัน

READ ARTICLE

เคล็ดลับความงามที่ทำให้สาวๆเปลือยหน้าสดได้อย่างมั่...

คงจะมีโอกาสที่ค่อนข้างจะน้อยมากเลยที่หนุ่มๆหรือว่าใครๆจะได้เห็นหน้าสดของสาวๆคนไหน เพราะว่าคงจะไม่ค่อยที่จะมีสาวๆคนไหนที่มั่นใจในการที่จะเปลือยหน้าสดสักเท่าไหร่หนัก เพราะว่าการแต่งหน้าช่วยเพิ่มความมั่นใจและเพิ่มความดูดีมีเสน่ห์ให้กับสาว ๆ ได้เป็นอย่างมาก จนไม่กล้าเปลือยหน้าไปเลยก็มี แต่เชื่อว่าคงจะไม่มีสาวๆคนไหนอยากที่จะแต่งหน้าไปตลอดเวลาหรอกนะเพราะว่าความรู้สึกขี้เกียจแต่งหน้าออกจากบ้านในบางครั้งมันคงจะมีเพราะว่าการแต่งหน้าในแต่ละครั้งถามว่ามันใช้เวลานานมากไหมมันนานมากและนอกจากแต่งหน้าจะใช้เวลานานมากแล้วยังใช้เวลาในการที่จะล้างเครื่องสำอางออกอย่างหมดจดมันยิ่งยากและใช้เวลานานเช่นกัน  ดังนั้นหากว่ามีเคล็ดลับหรือว่าเทคนิคไหนก็ตามที่จะทำให้สามารถที่จะทำให้เรากล้าในการที่จะเปลือยหน้าสดกรณีจะออกไปไหนแบบเบาๆมันคงจะดีไม่น้อย วันนี้เราจะมี เคล็ดลับที่ทำให้สาว ๆ สามารถเปลือยหน้าสดได้โดยไม่ต้องอายใคร ผิวสวยใสอย่างเป็นธรรมชาติได้อีกด้วยด้วยการดูแลผิวแบบระยะยาวที่ทำให้ใบหน้าของเราสวย เปล่งปลั่งอีกทั้งขาวอมชมพู สวยจากภายในออกมาสู่ภายนอก

1. ล้างหน้าให้สะอาดหมดจดและบำรุงผิวหน้า  หากต้องการมีผิวสวยสดใสขั้นแรกที่จะต้องทำให้ได้คือ การล้างหน้าให้สะอาดและบำรุงหน้าบ้าง เช่น การขัดสครับผิวหน้า การมาร์กหน้า เป็นต้น
2. บำรุงผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใส ด้วยครีมบำรุง เช่น ครีมรกแกะ การทาครีมบำรุงผิวหน้า เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ชั้นผิว อาจจะใช้ครีมที่วางขายทั่วไปหรือว่าการหาสูตรธรรมชาติในการบำรุงผิว
3. การดูแลใต้ตา บริเวณใต้ตาคือ บริเวณบอบบางดังนั้นการที่เราจะกำจัดรอยคล้ำใต้ตาได้นั้นจะต้อง
ทาครีมบำรุง หรือทำการประคบด้วยแตงกวา และทั้งดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็จะบำรุงผิวรอบดวงตาได้
4. การบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้น ริมฝีปากที่นุ่มชุ่มชื้นอมชมพู ดูอวบอิ่มแล้ว จะทำให้ใบหน้าดูสดใสไปด้วย ดังนั้นการหมั่นบำรุงริมฝีปาก จะช่วยให้เราดูเป็นสาวสุขภาพดี
5. การบำรุงเส้นผมให้เงางามเป็นประกาย เส้นผมและทรงผม เป็นอีกส่วนที่สำคัญมากในการที่จะทำให้ดูดี  ดังนั้นการดูแลเส้นผมด้วยครีมนวดผม หรือว่าการหมักผมจึงจำเป็นมาก
6. การแปรงฟันให้ขาวสะอาด รอยยิ้มนั้นสำคัญมาก หากใครที่ต้องการที่จะสวยและดูดีก็ควรดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี ลมหายใจหอมสดชื่น และฟันที่ขาวสะอาดจะทำให้คุณมั่นใจขึ้นได้แน่นอน