READ ARTICLE

ปลาสายพันธุ์อินเดีย ที่นิยมเลี้ยงเพื่อการเกษตรกรรม

เรามีการเลี้ยงปลากันมานาน และเป็นวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมเกษตรกรรมมาช้านาน การเลี้ยงปลานั้นสามารถทำได้หลายวิธี รวมถึงการเลี้ยงปลาในกระชัง
ปลาที่นำมาเลี้ยงใน กระชังปลา กระชังบก ในบ่อดิน หรือในวิธีใดก็ตาม เป็นปลาที่มาจากหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ปลาไทย ปลาจีน รวมถึงปลาอินเดีย
ปลาที่เลี้ยงในอินเดียและปากีสถานเป็นปลาในครอบครัวเดียวกับปลาตะเพียน การเลี้ยงปลาอินเดียไม่แพร่หลาย เหมือนปลาจีน ในระยะหลังมีการนำไปเลี้ยงในต่างประเทศ ปลาบางชนิด เช่น ปลาแคทลา ได้นำไปเลี้ยงในศรีลังกา อิสราเอล อเมริกา และมาเลเซีย
สำหรับไทยเราได้นำปลาโรฮู่ หรือยี่สกเข้ามาเลี้ยงใน พ.ศ. 2511-2513 รวม 266 ตัว และได้เริ่มแพร่ขยายพันธุ์ใน พ.ศ. 2514 โดยนำไปปล่อยตามอ่างเก็บน้ำต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภายในระยะ เวลา 2 ปี (พ.ศ. 2516) ปรากฏว่า ปลายี่สกเทศโตได้ขนาดน้ำหนัก 2 กิโลกรัม
ปลาอินเดียที่นิยมนำมาเลี้ยงมีดังนี้
1. ปลาแคทลา เป็นปลากินแพลงก์ตอน และซากพืชที่เน่าเปื่อย
2. ปลาโรฮู่ เป็นปลากินพืชและซากพืชเน่าเปื่อย
3. ปลามิกรัล เป็นปลากินพืชตามพื้นก้นบ่อ
การเลี้ยงปลาอินเดียมักจะเลี้ยงรวมกันหลายชนิด เช่นเดียวกับการเลี้ยงปลาจีน บ่อสำหรับเลี้ยงปลาใหญ่จะปล่อย ปลาขนาดความยาวเฉลี่ย 30 เซนติเมตร อัตราการปล่อย 600 ตัวต่อไร่ ในกรณีที่ปล่อยปลาหลายชนิดรวมกัน จะปล่อยปลาแคทลา ปลาโรฮู่ ปลามิกรัล ในอัตราส่วน 6 : 3 : 1
อัตราการสูญหายประมาณร้อยละ 30 ปลาขนาดใหญ่เกินไปจะขายได้ราคาต่ำ ฉะนั้นการเลี้ยงปลาจึงใช้เวลาเพียง 1 ปี ซึ่งปลาต่างๆ จะโตได้น้ำหนักดังนี้ คือ
- ปลาแคทลา 900-4,100 กรัม
- ปลาโรฮู่ 675-900 กรัม
- ปลามิกรัล 674-1,800 กรัม
สำหรับบ่อที่มีปุ๋ยดี ระยะเวลาการเลี้ยงอาจลดลงเป็น 6-8 เดือน ผลผลิตของปลาตามธรรมชาติ 12 กิโลกรัมต่อไร่จากบ่อที่ใส่ปุ๋ย 50-150 กิโลกรัมต่อไร่ และจากบ่อที่ให้อาหารสมทบด้วยจะได้ถึง 460 กิโลกรัมต่อไร่
ปลาสายพันธุ์อินเดียก็เป็นปลาอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีการนำมาเลี้ยงในไทย และช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ แต่ก็ต้องศึกษาการเลี้ยงปลาแต่ละชนิดอย่างมีความเข้าใจที่ถูกต้องด้วย